เพลงฉ่อยชาววัง

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

ความจริง ...คดีตบทรัพย์ ทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน

...

12 กุมภาพันธ์ 2553
หมายเหตุ : เราได้เรียบเรียงประเด็น"คดียึดทรัพย์ทักษิณจะอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายๆได้อย่างไร?" จากการประมวลสรุปของคุณnirvana มาเป็นคำถาม (Q:ข้อกล่าวหาของคตส.) และคำตอบ (A:คำอธิบายความจริง)โดยเพิ่มเติมบางประเด็น เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และง่ายต่อการเผยแพร่ยิ่งขึ้น หากท่านผู้อ่านเห็นด้วย กรุณาเผยแพร่สู่วงกว้างทุกวิถีทาง

Q: ก่อนทักษิณเป็นนายกฯมีเงินเพียง 3 หมื่นล้านบาท แต่ตอนขายหุ้นมีเงิน76,000ล้าน แสดงว่าโกงชาติ 4 หมื่นกว่าล้านบาท

A:ไม่ได้โกงชาติ แต่เนื่องจากทรัพย์สินของทักษิณเป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ช่วงที่ทักษิณเป็นนายกฯตั้งแต่ปี 2544 มาถึงวันขายหุ้นออกในต้นปี 2549 ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้น หุ้นบริษัทชินวัตรของทักษิณก็ขึ้นด้วย มูลค่าทรัพย์สินก็เลยเพิ่มขึ้นตามราคาหุ้น

Q: ถ้างั้นก็จะให้ทักษิณคืนบางส่วนคือก่อนมาเล่นการเมือง3หมื่นล้านก็แล้วกันที่เหลือโกงชาติ4หมื่นล้านจะยึด

A: ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้โกง จะยึดหมดหรือยึดบางส่วนก็ย่อมไม่ได้ทั้งนั้นแหละ

Q: แต่ทักษิณใช้อำนาจในตำแหน่งนายกฯแก้ไขสัญญาสัมปทานลดส่วนแบ่งรายได้ให้ทศท.ทำให้รัฐสูญเสียเป็นการโกงชาติ

A: คู่แข่งของบริษัท AIS (บริษัทในเครือชินวัตร) คือบริษัท DTAC นั้นขอแก้ไขสัญญาลดส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐก่อน โดยจ่ายให้ 18% ทาง จึงขอลดตรงนี้บ้าง โดยจ่ายให้รัฐ 20% ซึ่งก็ยังมากกว่า DTAC หากบริษัทเครือชินวัตรผิด DTAC ไม่ผิดหนักกว่าหรือ..

ขณะเดียวกันเมื่อลดค่าต๋งสัมปทานให้ทศท. ทำให้เอกชนมาลดค่าบริการลูกค้า ทำให้มีคนใช้บริการขยายตัวสูงขึ้น จึงทำให้AISสามารถจ่ายเข้ารัฐได้เพิ่มขึ้นทั้งในรูปของค่าต๋งสัมปทาน ภาษีสรรพสามิต ภาษีนิติบุคคลรวมเป็น 52,708 ล้านบาท (สูงขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนการลดค่าสัมปทาน)

Q: ทักษิณใช้อำนาจในตำแหน่งนายกฯทำให้AISสามารถมียอดขายสูงขึ้นเช่น นโยบายกองทุนหมู่บ้านละ1ล้านมาซื้อมือถือของทักษิณและทำให้มีรายได้สูงมากขึ้น

A: ช่วงที่ทักษิณเป็นนายกฯ (2544-2549)AIS มีผู้ใช้มือถือข่ายนี้เพิ่มขึ้นจริงคือ 524% หรือ 5 เท่าตัว แต่ข่ายอื่น (DTAC TRUE HUTCH TOT) ก็สูงขึ้นรวมกันถึง 1,403% หรือ14เท่าตัว เหตุก็เนื่องจากเมื่อลดนำส่งรายได้เข้าทศท.แล้วทำให้ค่ายมือถือต่างๆมาโปรโมชั่นลดค่าบริการ ทำให้คนใช้มือถือเพิ่มมากขึ้น

ส่วนรายได้นั้นพบว่าเฉลี่ยช่วงที่ทักษิณเป็นนายกฯ รายได้ของ AIS กับ DTAC ที่เป็นคู่แข่งขันสำคัญเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกัน คือAISเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 19% DTAC 18%

Q: เพราะทักษิณเอื้อผลประโยชน์ทำให้AISผูกขาดมือถือไว้เพียงเจ้าเดียวคนอื่นแข่งขันไม่ได้

A: หากไปดูส่วนแบ่งการตลาดจะพบว่างปีที่ทักษิณเป็นนายกฯอยู่ ส่วนแบ่งการตลาดลดลงด้วยซ้ำ เช่น ปี 2549 AISมีส่วนแบ่งตลาดลดเหลือ 49% จากปีก่อนมีส่วนแบ่ง 54% เครือข่ายอื่นๆเพิ่มจาก 46% เป็น 51% ทั้งนี้การมีส่วนแบ่งการตลาดขึ้นกับคุณภาพ การบริการ และราคาเป็นหลัก เป็นไปตามกลไกตลาด

Q: เพราะทักษิณใช้อิทธิพลการเป็นนายกฯทำให้บริษัทชินวัตรสามารถจ่ายปันผลได้ปีละถึง 40%

A: การจ่ายปันผลเท่าไหร่ เป็นนโยบายของแต่ละบริษัท บางบริษัทเช่นปูนซิเมนต์ไทยช่วงเวลาเดียวกันจ่ายสูงถึง 60%

Q: ทักษิณออกพรบ.สรรพสามิตเพื่อกีดกันไม่ให้คู่แข่งขันรายใหม่เข้ามาทำธุรกิจแข่งขัน

A: คนที่เดือดร้อนเรื่องนี้คือเสือนอนกินอย่าง ทศท. ไม่ใช่คู่แข่งขันรายใหม่ตามที่อ้างกัน สาเหตุที่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิต เนื่องจากเดิมAISและบริษัทมือถือจ่ายค่าสัมปทานให้ ทศท. ทั้งหมด ต่อมาทศท.แปรสภาพรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชน มาทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชน(เช่นทำโทรมือถือแข่ง)จะให้เป็นเสือนอนกินรับค่าสัมปทานต่อย่อมไม่ได้ เป็นการเอาเปรียบ จึงออกกฎหมายจ่ายเข้าสรรพสามิตครึ่งหนึ่ง และจ่ายให้ทศท.เหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากเดิม แต่เงินก็ยังเข้ารัฐเท่าเดิ

ในช่วงปี2546-2551 AISจ่ายค่าสัมปทานให้ทศท.และกสท. 84,000 ล้านบาท และช่วงปี 2546-2549 จ่ายให้สรรพสามิต 31,463 ล้านบาท ซึ่งเงินก้อนหลังนี้เข้ารัฐโดยตรง แต่ในส่วนที่จ่ายให้ทศท.นั้น คำถามคือ ทศท. ที่เป็นเสือนอนกินจ่ายเข้ารัฐเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำไมต่อมารัฐบาลขิงแก่ยกเลิกสรรพสามิตไปจ่ายให้เสือนอนกินตามเดิม?

ส่วนผู้เข้ามาแข่งขันรายใหม่นั้นไม่ว่าจะมีภาษีสรรพสามิตหรือไม่ ก็ต้องจ่ายเข้ารัฐเท่าเดิม

Q: ทักษิณใช้อำนาจนายกฯให้ EXIM BANK ปล่อยกู้พม่า 5 พันล้านบาททำโครงการแล้วพม่าก็มาซื้อสินค้าจากชินแซทเทิลไลต์(ดาวเทียมไทยคม) เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนโกงชาติ

A: เรื่องนี้เดิม EXIM BANK ให้พม่ากู้ 4 พันล้าน ต่อมาครม.ทักษิณให้กู้เพิ่มอีก 1 พันล้านบาท รวมเป็น 5 พันล้านบาท ความเสียหายก็ยังไม่เกิดขึ้น พม่าก็ไม่ได้ชักดาบไทย ไทยได้ประโยชน์อีกต่างหาก เช่น ปตท.ได้สัมปทานก๊าซจากพม่ามูลค่าหลายแสนล้านบาท ทำให้กิจการพลังงานไทยมั่นคง ความสัมพันธ์ไทย-พม่าก็ดี เมื่อพม่าได้เงินกู้จาก EXIM BANK ของไทย พม่าก็ต้องมาซื้อสินค้าจากบริษัทห้างร้านของไทยเป็นเงื่อนไขเหมือนเวลาไทยไปกู้ญี่ปุ่น เขาก็กำหนดว่าต้องซื้อสินค้าจากญี่ปุ่น สรุปว่าเรื่องนี้ไทยมีแต่ได้กับได้ แต่มาโยนผิดว่าทักษิณผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ

Q:อย่างไรก็ตามการที่ทักษิณเป็นนายกฯก็เอื้อประโยชน์บริษัทชินวัตรอยู่ดีช่วงเป็นนายกฯเลยทำให้ชินวัตรหาประโยชน์หากำไรได้มากกว่าคนอื่น

A: ถ้าเช่นนั้นก็ต้องมาดูผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น คิดเป็น%เปรียบเทียบกับกิจการอื่นๆในตลาดหลักทรัพย์ช่วงเดียวกัน ในเวลาที่ทักษิณเป็นายกฯอยู่ ก็จะพบในเชิงเปรียบเทียบดังนี้

-ปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นใหญ่ มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดคือ 48%
-รองลงมา ปตท. ซึ่งกระทรวงคลังถือหุ้นใหญ่ มีอัตราผลตอบแทน 36%
-บริษัทนิคมอุตสาหกรรมอมตะฯ ของนายวิกรม กรมดิษฐ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อัตราผลตอบแทน 30%
-บริษัทซีเอ็ด ที่เป็นร้านหนังสือ 28%
-AIS เพียง 25%
-บริษัทชินวัตรเพียง 20%
-ชินแซทเทิลไลต์ เพียง 13%

Q: ถึงอย่างนั้นก็เถอะแต่หุ้นที่ทักษิณถืออยู่ก็สูงกว่าบริษัทอื่นๆเพราะใช้ตำแหน่งนายกฯเอื้อประโยชน์ให้ราคาหุ้นได้

A: ถ้าอย่างนั้นจะเปรียบเทียบให้ดูว่ามูลค่าหุ้นของบริษัทใดแพง หรือถูกในช่วงที่ทักษิณได้ขายหุ้นออกไปให้ดู โดยเทียบจากมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ก็จะพบว่า

-หุ้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย มีมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นสูงที่สุดคือ 4.58 เท่า
-หุ้นบริษัทอมตะฯ 3.65 เท่า
-ส่วนหุ้นชินวัตรเพียง 2.94 เท่า

การที่หุ้นถูกหรือแพงไม่ได้เกี่ยวกับว่าเจ้าของหุ้นเป็นใคร เกี่ยวกับว่ามียอดขายดีไหม กำไรดีไหม ปันผลดีไหม คนที่ลงทุนไว้ประเมินว่ามีศักยภาพที่เติบโตและมั่นคงหรือไม่

Q: นี่กำลังจะบอกว่าทักษิณไม่ได้ใช้อำนาจอิทธิพลตำแหน่งนายกฯโกงชาติขายหุ้นให้สิงคโปร์ได้76,000ล้านใช่ไหม

A: เพราะบริษัทของทักษิณจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ราคาก็ขึ้นลงตามความเคลื่อนไหวของตลาด ตามสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และตามความสามารถของบริษัท

-ในปี2537 ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,532จุด มูลค่าหุ้นของทักษิณ=118,000ล้านบาท
-พอฟองสบู่แตกปี 40 ตอนทักษิณมาเป็นนายกฯในปี 2544 ดัชนีหุ้นลดลงเหลือ 324 จุด หุ้นของทักษิณลดลงมาเหลือเพียง=31,000ล้านบาท
-พอปี2549ที่ทักษิณขายหุ้นให้สิงคโปร์ เศรษฐกิจไทยฟื้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นขึ้นมาที่ 750 จุด หุ้นของทักษิณฟื้นขึ้นมาขายได้=76,000ล้านบาท

พูดง่ายๆว่าหากย้อนเวลาไปได้ ตอนที่ทักษิณยังไม่มาเล่นการเมือง ไม่ได้มาเป็นนายกฯ ก็ขายได้ถึง 111,8000 ล้านบาท ดังนั้นไม่ได้เกี่ยวกับว่าทักษิณเป็นนายกฯหรือไม่ได้เป็นแล้วจึงขายได้ถูกหรือแพง เพราะหากบอกว่าทักษิณโกงชาติ ทำให้หุ้นขึ้นเยอะ ขายได้กำไรมาก อย่างนั้นไม่แปลว่า บริษัทในตลาดหุ้นที่ขึ้นเยอะนั้นโกงชาติกันหมดหรือ?

Q: ถึงจะไม่ได้โกงชาติแต่การที่ทักษิณขายหุ้นชินวัตรให้สิงคโปร์ก็เท่ากับขายชาติ

A: เรื่องนี้ต้องเข้าใจว่าคู่แข่งขันของ AIS คือ DTAC เขาอยากขายหุ้นให้บริษัทจากนอร์เวย์เข้ามาถือหุ้นให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าห้ามต่างชาติถือหุ้นกิจการโทรคมนาคมได้ไม่เกิน 25% โดยเคลื่อนไหวเรียกร้องมาตั้งแต่ปลายปี 2544 ต่อมา TRUE TT&T ก็เรียกร้องทำนองเดียวกัน

DTAC รอไม่ไหวก็ขายหุ้นให้นอร์เวย์เข้ามาถือหุ้นถึง 38% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 ก่อนที่กฎหมายให้ต่างชาติถือหุ้นกิจการโทรคมนาคมได้เกิน 25% มีผลบังคับใช้เมื่อ 21 มกราคม 2549

ทางชินวัตรค่อยขายให้สิงคโปร์ในวันที่ 23 มกราคม 2549 คือหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้...ใครทำผิด ใครทำถูก?

Q: ถ้าทักษิณไม่ผิดเลย แล้วทำไม คตส. ถึงได้สรุปว่าผิด

A: คตส.เป็นหน่วยงานที่ คมช. ตั้งขึ้นหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นอกจากนำคนที่แสดงตนว่าเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของทักษิณมาเป็นคณะกรรมการ อย่างนายนาม ยิ้มแย้ม นายสัก กอแสงเรือง นายแก้วสรร อติโพธิ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑะกาแล้ว ก็ยังต้องกล่าวอย่างถึงที่สุดด้วยว่านี่เป็นองค์กรและกระบวนการซึ่งมีที่มาจากการทำรัฐประหาร 19 กันยาฯจึงไม่มีความชอบธรรมนับแต่ต้นอยู่แล้วไม่มีสิทธิเลยที่จะดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของทักษิณ เพราะมีแรงจูงใจจากการต้องการโค่นล้มทำลายล้างทางการเมืองเป็นสำคัญ

Q: แต่อัยการก็สรุปสำนวนส่งฟ้องนะ อัยการไม่ได้มีที่มาจากการทำรัฐประหารซักหน่อย

A: แล้วไม่รู้หรือว่าอัยการที่เขาทำคดีอึดอัดแค่ไหนที่ต้องถูกแทรกแซงสารพัดจากอำมาตย์ใหญ่ที่กดดันให้เขาส่งฟ้องศาล ทั้งที่ผิดหลักนิติธรรม ทั้งที่อัยการต้องกลายมาเป็นเครื่องมือของอำมาตย์ ทั้งที่ศาลต้องตัดสินโดยที่ไม่รู้ว่าจะใช้ดุลพินิจที่เป็นอิสระได้เพียงใด

หากพูดอย่างถึงที่สุด คดีนี้ก็เป็นโมฆะมาแต่ต้นแล้ว เพราะคณะรัฐประหาร แต่งตั้งคตส.มาหาเรื่องกัน เพื่อโค่นล้มทำลายล้างทางการเมือง แม้มาถึงอัยการ หรือศาลจะตัดสินอย่างไร มันก็โมฆะมาแต่ต้น

Q: ในท้ายที่สุดก็คงมีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์ทักษิณทั้งหมดซึ่งก็จะเป็นการพิสูจน์ว่าทักษิณโกงชาติจริงๆ

A: อ้อ..มีธงกันอย่างนี้นี่เอง

Q: พวกเสื้อแดงมาเดือดร้อนอะไรด้วยกับการยึดทรัพย์ทีกษิณ แสดงว่าสู้เพื่อ(เงิน) คนๆเดียวหละซี้

A: มันเป็นเรื่องของความยุติธรรม.. ความไม่เป็นธรรมต่อคนๆหนึ่ง ก็ย่อมหมายถึงความไม่ยุติธรรมต่อคนทั้งแผ่นดิน.. ความอยุติธรรมต่อทักษิณ หมายถึงความอยุติธรรมต่อคนส่วนใหญ่ในประเทศที่เลือกทักษิณขึ้นไปบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตยด้วย

ควรฟังอย่างตั้งใจ!!! บันทึกประวัติศาสตร์ ดร.ทักษิณ หลังการถูกยึดทรัพย์ สี่หมื่นกว่าล้าน

กษัตริย์ไทยเสด็จออกจากโรงพยาบาลเพียงแค่ ๔ ชั่วโมง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น