เพลงฉ่อยชาววัง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประยุทธ์”ไม่เหมาะเป็นนายก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประยุทธ์”ไม่เหมาะเป็นนายก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

ญิฮาด - หมายถึงอะไร

ญิฮาด
- หมายถึง การต่อสู้ การพยายามดิ้นรน ไม่ได้แปลว่า สงครามศักดิสิทธิ์ คำว่าที่แปลว่า สงคราม คือ คำว่า ฮัรบ์ หรือ กิตาล
ดังนั้น ญิฮาด จึงหมายถึง การพยายามต่อสู้ ดิ้นรน อย่างจริงจัง และบริสุทธิ์ใจในการทำความดี และขจัดความไม่เป็นธรรม การกดขี่ข่มเหง และความชั่วให้หมดไป การต่อสู้แบบญีฮัดนั้น กระทำทั้งทางจิตใจและ ร่างกาย

ญิอาด เป็นการคุ้มครองชีวิต ความศรัทธา และสิทธิมนุษยชนของตนเอง ไม่ใช่การรุกราน หรือทำร้ายผู้อื่น รูปแบบของญิฮาดมีตั้งแต่การอดทนอดกลั้นภายในจิตใจของตนเอง จนถึงการทำสงครามกับผู้ที่มารุกราน

อิสลามไม่อนุมัติและไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้ายต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะโดยการรุกราน หรือการพลีชีพ

การก่อการร้าย ไม่ใช่ญิฮาด แต่มันคือ ฟะซาด หรือการก่อความเสียหาย การใช้คำว่าญิฮาดสนับสนุนการก่อการร้าย จึงเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการศาสนา

" และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่า พวกท่านจงอย่าก่อความเสียหายแก่แผ่นดิน พวกเขาก็กล่าวว่า ที่จริงนั้น เราเป็นผู้ปรับปรุงให้ดีต่างหาก พึงรู้เถอะว่าแท้จริงพวกเขานั่นแหละ เป็นผู้ที่ก่อความเสียหาย แต่ทว่าพวกเขาไม่รู้สึก"(กุรอาน 2:11-12)

"และพวกเจ้าจงต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์ต่อบรรดาผู้ที่ทำร้ายพวกเจ้า และจงอย่ารุกราน แท้จริง อัลลอฮ์ไม่ทรงชอบบรรดาผู้รุกราน"(กุรอาน 2:190)

-- นั่นก็คือ ต่อสู้กับผู้ที่รุกรานเท่านั้น และไม่รุกรานผู้อื่น

ส่วนคำว่า สงคราม นั้น ในศาสนาอิสลาม แบ่งสงครามออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.สงครามป้องกันตนเอง จะทำได้ต่อเมื่อถูกรุกรานก่อน
2.สงครามปลดปล่อย จะทำได้ก็เพื่อปลดปล่อยบรรดาผู้ถูกกดขี่เท่านั้น เช่น สงครามปลดปล่อยทาส เป็นต้น
3.สงครามที่เริ่มต้นก่อน กรณีนี้เป็นกรณีเป็นกรณีที่ละเอียดอ่อนมาก จะทำได้ต่อเมื่อ รู้อย่างแน่ชัดแล้วว่า ศัตรู เจตนาหรือมีแผนที่จะโจมตีมุสลิมก่อน หรือการที่ศัตรู ทรยศและไม่เคารพสัญญาที่ทำไว้

ซึ่งถ้าหากพิจารราดี ๆ เราก็จะพบว่า สงครามทั้ง 3 ประเภทนั้น มีอยู่ในปัจจุบัน
เช่น กรณีที่ 1 ก็เช่นชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านการรุกรานของอิสราเอล
กรณีที่ 2 ก็เช่น ที่อเมริกาอ้างว่า ปลดปล่อยชาวอิรักจากการกดขี่ ( ซึ่งจริง หรือไม่จริง ก็คิดเอาเอง)
กรณีที่ 3 ก็เช่นอเมริกา อ้างว่า อิรัก เป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก (ก็แล้วแต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ)

แต่สำหรับอิสลามแล้ว สงคราม คือทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น โดยไม่มีทางเลือกใดอีกแล้วจริง ๆ ...
 -----------------------------------------
 อธิบายเพิมเติม ในอิสลามเรายึดถืออยู่ 2 อย่าง คือ
1.กุรอาน
2.หะดิษท่านศาสดา หรือ คำสอนของศาสดานั่นเอง

กุรอาน นั้น อิสลามเชื่อในความบริสุทธิ์ และถูกต้องเป็นอย่างมาก เนื่องจากกุรอานถูกประทานลงมาจากพระผู้เป็นเจ้า และมีการจดบันทึกไว้ทันที รวมถึงมีการท่องจำเป็นประจำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกวัน และไม่เคยมีการแก้ไข หรือสังคายนาใด ๆ เกิดขึ้น ดังนั้น กุรอานจึงไม่มีการแต่งเติม สอดแทรกข้อความใด ๆ ลงไปได้

"ในโลกนี้ อาจไม่มีคัมภีร์ใดที่ยังคงมีต้นฉบับที่บริสุทธิ์เป็นเวลากว่า 14 ศตวรรษ เหมือนกุรอาน" (เซอร์ วิลเลียม มัวร์ , นักประวัติศาสตร์ชาวคริสเตียน)

ในกรณีของหะดิษท่านศาสดานั้น ไม่อาจยืนยันความบริสุทธิ์ ถูกต้องได้ทั้งหมด ทั้งนี้การจะดูว่าหะดิษ ใด ถูก หรือผิด จึงต้องอาศัยหลักฐานมากมายมายืนยัน ซึ่งต่างจากกุรอาน ที่ไม่จำเป็นต้องหาสิ่งใดมายืนยัน


ส่วนคำว่า ญิฮาดนั้น มีกล่าวไว้ทั้งในกุรอานและหะดิษ (กุรอาน 22:78 เป็นต้น) คำว่า ญิฮาด นั้น มีรากศัพท์ มาจากคำว่า ญะฮฺดุน ซึ่งหมายถึง งานที่ยากลำบาก , ความเหนื่อยล้า และ คำว่า ญุฮฺดุน ที่แปลว่า ความพยายาม ดังนั้นความหมายของคำว่า ญิฮาด ที่ถูกต้อง จึงเป็นดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

“ประยุทธ์”ไม่เหมาะเป็นนายกฯ อคติ –อาฆาต เผด็จการกว่ายุค 14 ตุลา








ปวศ ต้องจารึก นักข่าวไล่นายกฯ
“ยุวดี”นักข่าวอาวุโสทำเนียบวิจารณ์ “ประยุทธ์”ไม่เหมาะเป็นนายกฯ อคติ –อาฆาต เผด็จการกว่ายุค 14 ตุลา เตือนระวัง“พัง”พร้อมเสนอ ปฎิรูปกองทัพก่อนปฎิรูปประเทศ
.
นางยุวดี ธัญญศิริ นักข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ประจำทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ “Thaivoicemedia.com” กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่พอใจเกี่ยวกับการซักถามและการทำข่าว ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า โดยส่วนตัวไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะตลอดเวลาการทำงานข่าวมา 40 ปี จะให้เกียรติกับแหล่งข่าวเสมอ ไม่ว่า นายกรัฐมนตรี จะมาจากการเลือกตั้ง หรือ มาจากการรัฐประหาร ซึ่ง นักข่าวทุกคน จะต้องศึกษา ประวัติความเป็นมา ลักษณะอุปนิสัยของนายกรัฐมนตรีแต่ละคนอยู่แล้ว จะถามอย่างไร ถึงจะได้คำตอบ หรือได้ข่าว ถามแนวไหน แบบไหนถึงจะได้ประเด็นข่าว เพื่อให้ความกระจ่างชัดในประเด็นที่ถามได้
.
นางยุวดีกล่าวว่า กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น คิดว่า ยังไม่เข้าใจการทำหน้าที่ของนักข่าวดีพอ นักข่าวไม่ได้มีหน้าที่เสนอข่าวด้านรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ต้องมีแง่มุมอื่น หรือความคิดเห็นอื่น ๆ ที่จะต้องนำเสนอให้รอบด้านครบถ้วน ไม่ใช่หลับหูหลับตาฟัง โดยไม่ตั้งคำถาม หรือถามอะไรที่ไร้สาละ หน่อมแน่ม ไม่ใช่
“อย่างเรื่อง คดีนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกฆ่าที่เกาะเต่า คุณประยุทธ์ก็หาว่าพวกเราเดินตามตูดฝรั่ง ที่กล่าวหาว่า การสอบสวนของตำรวจไทยหลงทาง เราก็ถามไปตามหน้าที่ นายกฯก็ชี้แจงมาสิว่า หลงทางหรือไม่ หลงทาง เอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน ไม่ใช่มาต่อว่า ว่าตามตูดฝรั่ง ซึ่งผู้นำที่ดี เขาไม่พูดอย่างนี้ มาด่าพวกเราว่า ไม่รักชาติบ้านเมือง นักข่าวก็เป็นคนไทย รักบ้านเมืองด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่มีแต่คุณประยุทธ์ คนเดียวเสียเมื่อไหร่ ที่รักบ้านรักเมืองมากกว่าคนอื่น พูดอย่างนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ” นางยุวดีกล่าว
.
นักข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ยังกล่าวด้วยว่า การแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ละครั้ง แทนที่จะเอาข้อเท็จจริงที่นักข่าวสงสัยมาอธิบาย หรือมาชี้แจง กลับมาสอน มาอบรมนักข่าว บางทีพูดอบรมข่มขู่นักข่าว เป็นชั่วโมง แล้วมาต่อว่าอีกว่า ปล่อยให้พูดเป็นชั่วโมง ซึ่งก็แนะนำไปว่า ให้พูดข้อเท็จจริง กระชับ สั้น ๆ ก็พอ เพราะมีหลายเรื่องหลายประเด็น แต่กลับมาตำหนิอีกว่า ให้พูดสั้น ๆ แล้วไม่รู้เรื่อง ปัญหาบ้านเมืองจึงไม่จบ นี่ไม่ใช่วิสัยของผู้นำที่มีพฤติกรรมแบบนี้
“จะบอกว่าเมื่อลงข่าวไปแล้ว เกิดความเสียหายขึ้น ใครรับผิดชอบ นักข่าวและต้นสังกัดของนักข่าวฉบับนั้น ๆ เขารับผิดชอบของเขาอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ห่วงตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าเถอะ” นางยุวดีกล่าว
.
นางยุวดีกล่าว คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องมีจิตใจที่เมตตา มีความยุติธรรม เป็นกลาง แต่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนจะดำเนินนโยบาย ของกลุ่ม กปปส.มาปฎิบัติเป็นส่วนใหญ่ และกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝั่ง กปปส.ทำอะไรก็ไม่ผิด แต่ถ้าเป็นฝ่าย นปช.พรรคเพื่อไทย คอยคิดที่จะจองล้างจองผญาญไม่จบ ไม่สิ้น
“คณะกรรมการ หรือ สมาชิก สนช. หรือ สปช.อะไรทั้งหลายทั้งปวงที่ตั้งกันขึ้นมาก็เห็นตั้งเฉพาะพวกเดียวกันเข้ามาทั้งนั้น ขณะที่ ฝ่ายตรงกันข้ามอย่าง พวกเสื้อแดง พวก นปช. ก็เอาเขาไปขังไว้เป็นปี ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีที่มาจากการทำรัฐประหาร เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องนิรโทษกรรมให้กับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด เพื่อให้ บ้านเมืองมันเกิดความสว่าง ไม่ต้องมาขัดข้องหมองใจ ให้อภัยกันไปเสียบ้าง ยุคเผด็จการสมัยก่อน เมื่อยึดอำนาจมาแล้วสิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะต้องทำคือ
1. จะต้องนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง หากคนไหนไม่มีคดีอาญาก็ต้องปล่อยไป ไม่ใช่ขังเขาไว้เป็นเวลา 2-3ปีแบบนี้ เราเคยถามว่าทำไมไม่ทำ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยังมีหน้ามาบอกว่า ไม่เห็นมีนักโทษทางการเมือง ถ้าคิดอย่างนี้ ก็เลิกพูดกัน แล้วไอ้ที่ขังเขาอยู่นั่นนะ มันเป็น หมา เป็น แมว หรือไงวะ จะอาฆาตกันไปถึงไหน แค่มีความเห็นต่างทางการเมืองกันก็เท่านั้น จะเอาเป็นเอาตายกันเลยหรือ คนไทยด้วยกันทั้งนั้น” นางยุวดีกล่าว
.
นางยุวดีกล่าวต่อไปว่า สมัย 14 ตุลา เมื่อ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ยังเสนอให้มีการนิรโทษกรรมให้นักศึกษาที่หนีเข้าป่า ให้กลับออกมาด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่า ประเทศชาติจะขาดปัญญาชนไม่ได้ เพราะยุคนั้นปัญญาชนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้าป่ากันไปเป็นจำนวนมากทีเดียว อีกอย่าง พ่อแม่ ครอบครัวเขาที่อยู่ข้างหลัง จะได้รู้สึกสบายใจ บรรยากาศทางการเมืองที่เคยคับแค้นใจกัน หรือมีแต่ความมืดก็จะสว่างขึ้น แต่ ตรงกันข้ามกับเผด็จการสมัยนี้ ที่มี นายกรัฐมนตรี ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามสร้างแต่พระเดช แต่ไม่ได้สร้างพระคุณ ดังนั้นเมื่อพูดอะไรไป ก็ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครศรัทธา
.
“เวลาที่คุณประยุทธ์ต่อว่า หรือดุด่าอย่างมีอารมณ์กับเรานั้นนะ เรารู้สึกสงสารเขานะ คือคนที่เข้ามานั่งในระดับสูงสุดของประเทศแบบนี้ ถ้าไม่รู้จักปรับตัว ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง เคยชินกับการสั่งแต่คนอื่นตลอดเวลาแบบนี้ รับรองว่า พัง นายกฯคนนี้ทำอะไรไม่ฉลาด ต้องรู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบาบ้าง อย่าลืมว่า นายกรัฐมนตรีนั้นมีหน้าที่ดูแลแก้ปัญหาให้กับประชาชน ต้องเข้าใจประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนมาเข้าใจตัวเอง เราว่า เผด็จการในอดีตสมัย จอมพลถนอม จอมพลประภาส ไม่มีปัญหากับนักข่าวเหมือนคุณประยุทธ์ ผู้นำเผด็จการเมื่อก่อนยังพร้อมที่จะรับฟัง ทำข่าวง่ายกว่ายุคนี้เยอะ” นักข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาลกล่าว
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดอย่างไรกับการที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะปฎิรูปประเทศซึ่งรวมถึงการปฎิรูปสื่อด้วย นางยุวดีกล่าวว่า คณะกรรมการปฎิรูปทั้ง 11 ด้าน กลับไปปฎิรูปตัวเองก่อนดีกว่า สื่อมวลชนจำเป็นต้องปฎิรูปและปรับตัวอยู่แล้ว ไม่งั้นจะอยู่ไม่ได้ และกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ปฎิรูปก็พวกเดียวกันทั้งนั้น คิดไปในทำนองเดียวกัน เป็นทหารเสียมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ อย่างนี้แล้วมันจะปฎิรูปสำเร็จได้อย่างไร
.
“กองทัพเองต่างหากละ ที่จะต้องเร่งปฎิรูปก่อนใครเพื่อน คิดดู นายพล ในกองทัพไทย มีจำนวนเป็นพันแล้วตอนนี้ ทำไมตั้งกันเยอะแยะ เดินกร่างเต็มไปหมด จะเหยียบกันตายอยู่แล้ว ขนาดนายกสมาคมกีฬา สมาคมมวยสมัครเล่น อะไรต่อมิอะไร ก็เป็นนายพลทั้งนั้น มันอะไรกัน และเมื่อเข้ามารับตำแหน่งด้านการบริหารต่าง ๆ โอกาสที่จะเกิดการทุจริต โดยการเรียกเปอร์เซ็นต์จากโครงการนั้น โครงการนี้ก็มีเหมือนกัน เรื่องนี้ จะไม่ให้ตรวจสอบ ไม่ให้ตั้งคำถามไม่ได้” นางยุวดีกล่าว
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ พูดขอความเห็นใจว่าไม่อยากที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง บังคับให้ทหารต้องออกมารับผิดชอบ นางยุวดีกล่าวว่า พูดแบบนี้ เขาเรียกว่า พูดแบบปากกับใจไม่ตรงกัน ก็คอยดูกันต่อไปแล้วกัน
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่เพียง 1 ปี จริงหรือไม่ นางยุวดีกล่าวว่า ก็คงจะตะแบงไปเรื่อย หากรัฐธรรมนูญร่างไม่เสร็จ ก็ยืดไปเรื่อย เปิดทางไว้แล้ว ไม่แน่อาจจะเลือกตั้งในปี 2559 ก็ได้
.
“เราทุกคนรักบ้านเมืองกันทั้งนั้นแหละ อะไรที่ไม่ถูกไม่ต้องก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์กัน
ไป ผู้บริหารประเทศก็ต้องรับฟัง จะเชื่อไม่เชื่อ จะทำไม่ได้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่มองคนอื่นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นศัตรูไปเสียหมด” นางยุวดีกล่าว.


ที่มา: