เพลงฉ่อยชาววัง

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

อย่าพึ่งฆ่าฉันด้วยน้ำลาย



"หลวงปู่พุทธะอิสระ" โพสต์เปิดใจผ่านเฟซบุ๊ค ลั่น "อย่าพึ่งฆ่าฉันด้วยน้ำลาย" ขอลุยแก้ปัญหาด้านพลังงานด้วยวิธีของตนเองก่อน
วานนี้ ( 27 ก.ย.57 ) หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" ระบุ "เปิดใจลูกผู้ชายไท หัวใจราชสีห์" ชี้อย่าพึ่งฆ่าฉันด้วยน้ำลาย "รอให้รบกับกลุ่มผลประโยชน์พลังงานให้เสร็จก่อน เมื่อชนะแล้วพวกคุณๆทั้งหลายจึงฆ่าฉันก็ยังไม่สาย"
โดยข้อความทั้งหมดมีดังนี้
"เปิดใจลูกผู้ชายไท หัวใจราชสีห์
ช่วงเวลาชีวิตที่ผ่านมาฉันได้สั่งสมประสบการณ์กำไรชีวิตมาหลายเรื่อง เช่น
- ต้องเผชิญต่อการไล่ล่าและรุกรานตอนเป็นทหารที่ชายแดนเขมร ในช่วงเขมรแตกทัพ
- ต้องแบกเป้สนามมานอนอยู่สนามรบ เพื่อล้อมจับ พล.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร เมื่อครั้งปฏิวัติ “เมษาฮาวาย”
- ต้องเผชิญกับความรวนเร เลวร้าย เห็นแก่ตัว เห็นแก่หน้า เห็นแก่พวกที่แฝงตัวอยู่ในวงการสงฆ์ จนต้องกำจัดตัวเองให้พ้นจากอำนาจ ตำแหน่ง กระแสที่ไม่พึงปรารถนา
- ต้องต่อสู้กับอิทธิพลคนอันธพาล พวกนักการเมืองตั้งแต่ยุคทักษิณ จนถึงยุคนายกปู
- ต้องทนต่อความกดดันถ่มถุยของพวกเสื้อแดงและพวกโลกสวยที่เห็นว่าพระไม่ควรมายุ่งกับการเมือง
- ต้องกลายเป็นศัตรูกับพวกนิยมลัทธิตระกูลชิน ซึ่งก็มีทั้งนักบวชและฆราวาส
- ต้องฝ่าฟันต่อสู้กับลัทธิคนตระกูลชิน เพื่อเอาชีวิตรอดและพาพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ให้รอดจากการจู่โจมลอบทำร้ายในขณะที่อยู่เวทีแจ้งวัฒนะ
- ต้องคิดหากุศโลบาย ยุทธวิธีในการที่จะขับเคลื่อนมวลชนที่ล้วนแล้วแต่เป็นคนแก่ๆทั้งหลาย ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวต้องมีประสิทธิภาพ สร้างผลงาน ด้วยหลักคิดที่ว่า “ประโยชน์สูง ประหยัดสุด” ด้วยยุทธวิธีที่ใช้คือการพูดคุยเจรจาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้สมกับเพศภาวะที่ต้องมีเมตตาและจริงใจ แต่ต้องไม่ทำให้เสียหลักการจุดมุ่งหมาย
- ต้องอดทนอดกลั้นต่อความเหนื่อยยากลำบากและอันตรายทั้งจากระเบิด ลูกปืน แก๊สน้ำตา รวมทั้งคนที่จ้องจะลอบทำร้าย ต้องยอมรับสภาพของการมีผู้อารักขาคอยล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อความอยู่รอด ด้วยตระหนักว่า ความอยู่รอดของเรา คือความเจ็บช้ำของศัตรู ทั้งที่นิสัยเดิมอยากมีอิสระ
- ต้องตกเป็นจำเลยผู้ต้องหา และศัตรูของเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็น
- ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏที่มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหาร
- ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเป็นแกนนำปิดล้อมสถานที่ราชการและทำให้เสียทรัพย์
- ต้องตกเป็นคนผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง
- ต้องกลายเป็นลูกหนี้ที่ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตนี้จะมีปัญญาใช้เขาหมดไหม
- ต้องอธิกรณ์ตามพระวินัยที่ว่าด้วยสมณสารูป หากมีผู้โจทก์ขึ้น
- ต้องทำให้แม่ที่อายุ ๘๕ ถูกขู่ฆ่า
- และแม่ต้องควักเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตมาให้เป็นทุนกู้ชาติ เพื่อจะขับไล่รัฐบาลทรราชให้พ้นไทย
- กุฏิถูกลอบวางเพลิง วัดถูกระดมยิง วางระเบิด พระบิณฑบาตไม่ได้
- ต้องรับอาสาเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาพูดคุยเรื่องปัญหาพลังงาน เพื่อหาแนวทางร่วมกันและชี้ทิศทางพลังงานของประเทศ ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างพูด ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าผิด โดยที่ฉันและคนไทยจำนวนมากไม่รู้เลยว่าใครผิดใครถูก อีกทั้งยังไม่รู้เลยว่าแล้วอนาคตพลังงานของประเทศจะเป็นเช่นไร ผลที่ได้สุดท้ายโดนด่า เหตุเป็นเพียงเพราะไม่ถูกใจคนเชียร์ ทั้งที่ไม่เคยมีผู้ด่าคนไหนถามฉันซักคำว่า มีเหตุผลใดจึงทำให้ไม่ถูกใจ ไม่เป็นกลาง “แต่ฉันว่า ที่โดนกล่าวหาว่าไม่เป็นกลางเพราะไม่เข้าข้างพวกที่ด่ามากกว่า” หรืออาจเป็นเพราะฉันรู้มาว่า ก่อนที่จะมีการจัดเสวนา มีการระดมพลในทางลับเพื่อมาเรียกร้องหาคนผิด โดยคิดว่านี่คือการปฏิรูปพลังงาน ถึงขนาดฉันต้องโทรไปถามหมอกมลพรรณว่า มีการเรียกระดมมวลชนหรือ ทำไมไม่ใช้เวทีพูดคุยแก้ปัญหา
ถ้าหากว่าฉันไม่เป็นนักบวช ไม่ต้องรักษาศีลรักษาสัจจะ ไม่จำเป็นต้องมีเมตตา และไม่จำเป็นต้องซื่อตรง ฉันก็คงจะเข้าข้างพวกคุณ เลยต้องขออภัยที่ฉันทำตามใจพวกคุณไม่ได้ ฉันยังไม่อยากคิดว่าสังคมไทยกำลังจะใช้สุภาษิตที่ว่า “เสร็จหน้านาฆ่าโคถึก เสร็จการศึกฆ่าขุนนาง”
พวกคุณอย่าพึ่งฆ่าฉันด้วยน้ำลายเลย รอให้ฉันรบกับกลุ่มผลประโยชน์พลังงานให้เสร็จก่อน แต่ต้องด้วยวิธีของฉันเท่านั้น ถ้าจะให้ฉันรบ และเมื่อชนะแล้ว พวกคุณๆทั้งหลายจึงฆ่าฉันก็ยังไม่สาย แต่ที่แน่ๆพวกคุณทำให้ฉันเข้าใจลึกซึ้งถึงคำสั่งสอนขององค์พระผู้มีภาคเจ้าเรื่องโลกธรรม ๘ ที่ว่า มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีนินทา มีสรรเสริญ มีสุข มีทุกข์
ชีวิตที่ไม่มีต้นทุนทางสังคมนักสู้อย่างฉัน เป็นธรรมดาที่หากพลาดหรือสงสัยว่าพลาด ก็ต้องโดนถ่มถุยเหยียดหยาม เหตุเพราะการที่พระออกไปนำมวลชนต่อสู้บนถนน สังคมไทยยอมรับไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีใครทำ เลยยอมรับแบบเสียไม่ได้ ครั้งสู้สำเร็จ เลยต้องกำจัด เพราะหากปล่อยไว้จะเสียโอกาสของนักรบอื่นๆที่มีต้นทุนทางสังคมสูงส่ง เรื่องพวกนี้ฉันพอเข้าใจดี ชั่วชีวิตฉันสู้มาไม่เคยคิดว่าจะเรียกร้องผลประโยชน์อะไร ขอเพียงคนไทยมีความสุข ประเทศชาติแข็งแรง พระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์ปลอดภัย แค่นี้ถือว่าเป็นคำตอบแทนที่คุ้มค่าที่จะตายแล้ว
ท่านผู้ด่าที่รักทั้งหลาย ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถึงฉันจะโดนพวกคุณเหยียบย่ำปานใด ฉันก็ยังไม่หยุดที่จะทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทย เพื่อตอบแทนบุญคุณที่บรรพบุรุษไทยสร้างชาติไทยให้ฉันเหยียบยืน อย่าพึ่งใจร้อนรีบกำจัดฉันตอนนี้ เดี๋ยวพวกทรราชจะแฮปปี้ เก็บฉันเอาไว้ใช้เพื่อประโยชน์ของพวกคุณก่อน เหตุเพราะในกลุ่มนักสู้เรื่องพลังงานไม่มีใครที่จะมีสายสัมพันธ์อันดีกับ คสช.และรัฐบาล กลุ่มผลประโยชน์พลังงาน เท่าที่ฉันเห็นคงมีแต่ฉันเท่านั้น (นี่ไม่ได้สำคัญตนผิดหรอกนะ) หรือจะมีก็ไม่รู้
ยังไงๆฉันยังเชื่อว่า ปัญหาพลังงานจะแก้ได้ มันไม่ใช่ใช้วิธีจับผิดชวนทะเลาะ แต่ต่างฝ่ายต้องพยายามทำความเข้าใจด้วยการพูดคุยให้เกียรติต่อกัน ไม่ใช่มานั่งจับผิดกัน เมื่อต่างฝ่ายต่างยอมรับซึ่งกันและกันแล้วจึงจะนำมาซึ่งการหาทางรอดร่วมกันได้ ฉันเชื่อของฉันเช่นนี้ และยืนยันว่า ฉันจะดำเนินวิธีนี้ต่อไป ส่วนพวกคุณหากเชื่อว่า ปัญหาพลังงานมันจะแก้ได้ด้วยวิธีจับผิดชวนทะเลาะ ก็จงทำไปหากสำเร็จ ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ขอบคุณล่วงหน้าหากทำได้
พุทธะอิสระ
27 กันยายน 2557



วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หลวงปู่สึกลดพรรษา!!!


ไปอ่านพบบทความของกองบรรณาธิการ นิตยสารอาทิตย์ ต่อกรณี “สึกลดพรรษา” ของหลวงปู่พุทธะอิสระในเว็บของ http://www.dragon-press.com/ มีเนื้อหาของข่าว ดังนี้

การตกเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" เป็นสิ่งที่มีการคาดหมายกันนานแล้ว แต่สิ่งที่ไม่มีใครนึกถึงก็คือ แทนที่จะโดนข้อหา "ปาราชิก" (เช่น เสพเมถุน อวดอุตริ ฯลฯ) อย่างที่นิยมกัน

หลวงปู่หนุ่มแห่งวัดอ้อน้อยกลับโดนข้อหา "พิลึก" นั่นคือ "สึกปุ๊ป - บวชปั๊บ" ซึ่งโยงใยไปถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างพระศรีรัตนโมลี กับมูลนิธิธรรมอิสระที่เป็นคดีความกันอยู่ในชั้นศาล

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มูลเหตุขัดแย้งที่สะสมกันมานาน "อาทิตย์" ขอลำดับเหตุการณ์และตัวละครที่เกี่ยวข้องนำเสนอเป็นพื้นความเข้าใจของท่าน

กุมภาพันธ์ 2544 มีการจัดอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ที่วัดวังตะกู จังหวัดนครปฐม

มีนาคม - เมษายน 2544 หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีข่าว "พระภิกษุสงฆ์ยกแขนขาผิดหลักวิปัสสนาหวั่นลัทธิฝ่าหลุมกงแทรก" พาดพิงถึง "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ผู้เป็นวิทยากรว่าเป็นคนทรงหลวงปู่โลกอุดรและหวั่นจะเกิดลัทธิใหม่

"พระเทพคุณาภรณ์" เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เสนอชื่อ "วัดอ้อน้อย" เป็น 1 ใน 8 สำนักวิปัสสนาจารย์ ต่อ "สมเด็จพระมหาธีราจารย์" วัดชนะสงคราม แต่ถูกยับยั้งการเสนอชื่อในที่ประชุมมหาเถรฯ เหตุเพราะกรมศาสนาตั้งข้อสังเกตว่า วัดอ้อน้อยมีหลักคำสอนที่บิดเบือนต้องใช้เวลาตรวจสอบ