เพลงฉ่อยชาววัง

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

ตำรวจชุมชน

คุณสมบัติและการพ้นสภาพของราษฎรอาสาที่เป็นตำรวจชุมชน
1.     คัดเลือกจากราษฎรอาสาสมัครที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน ชุมชนที่จัดตั้งเป็นตำรวจชุมชน โดยอยู่เป็นประจำ
ในเขตพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนมาแล้วไม่น้อยกว่า  1  ปี  โดยให้มีจำนวนตามความเหมาะสมที่จะสามารถปฎิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยการสถานีตำรวจภูธร...............เป็นผู้พิจารณากำหนดจำนวนตามศักยภาพของพื้นที่
2.
มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด  อายุไม่ต่ำกว่า  20  ปีขึ้นไป  มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีความเหมาะสมที่จะปฎิบัติหน้าที่การเป็นตำรวจชุมชนอย่างเหมาะสม
3. 
เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
4.
ไม่เป็นพระภิกษุ  สามเณร  นักพรตหรือนักบวช ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ หรือวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไร้ความสามารถ หรือผู้ที่ติดยาเสพติดให้โทษหรือโทษร้ายแรงอื่นๆ  หรือเป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม รวมถึงไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
5. 
ไม่เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำ หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น  หรือข้าราชการการเมือง หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
6.
ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำผิดทางอาญา  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
7.
ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษให้ออก  ปลดออก  หรือไล่ออก  จากองค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่น
8. 
มีความรู้พื้นฐานไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

การพ้นสภาพการเป็นตำรวจชุมชน

1. 
ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์การเป็นตำรวจชุมชน
2. 
ตาย
3. 
ครบวาระตามเงื่อนไขเวลาที่คณะกรรมการจัดตั้งตำรวจชุมชน
4. 
ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากคณะกรรมการจัดตั้งตำรวจชุมชน
5. 
บกพร่องในความประพฤติหรือความสามารถไม่เหมาะสม
กำหนดหน้าที่และการปฎิบัติงานของตำรวจชุมชน
ตำรวจชุมชน    มีหน้าที่และความรับผิดชอบ  ดังนี้
1.  ตำรวจชุมชน  มีเขตอำนาจการรับผิดชอบเฉพาะเขตพื้นที่ภายในหมู่บ้าน/ตำบลที่ได้รับแต่งตั้ง
2.
มีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อย
3.
มีหน้าที่ประนีประนอม ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้น  และเป็นกรณีที่ความสามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ
4.
มีหน้าที่ให้บริการประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ
5. 
มีหน้าที่ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาท้องถิ่นอื่นๆ  โดยเข้าร่วมประชุมหรือวิธีการอื่นๆ  เพื่อรับทราบสภาพปัญหา  ข้อเสนอแนะ  แนะแนวนโยบายในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน  ชุมชน
6. 
ประสานและปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ในการประกอบกำลังเพื่อการปฏิบัติงานหรือแนวนโยบายในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน  ชุมชน
7 .
งานอื่นๆ ที่หัวหน้าสถานีตำรวจหรือผู้แทนมอบหมาย
ระบบวิธีปฏิบัติงานของตำรวจชุมชน  ดังนี้
1. การควบคุมกำกับดูแล    ให้สถานีตำรวจภูธรรับผิดชอบ มอบหมายให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรอย่างน้อย  1  นาย ควบคุมดูแลตรวจสอบและให้คำแนะนำในการปฎิบัติหน้าที่ตำรวจชุมชน
2.
การดำเนินการทางธุรการ  จัดให้มีสมุดประจำวัน ประจำการที่ทำการตำรวจชุมชน เพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันไว้เป็นหลักฐาน และให้มีการควบคุมตรวจสอบเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
3.
การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อย
3.1
จัดราษฎรอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจวันละ คน โดยสับเปลี่ยนหมุนเวียน
3.2
จัดทำแผนที่ของพื้นที่ตลอดจนข้อมูลสำคัญ หรือจำเป็นต่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมไว้ประจำที่ทำการ
1)
เก็บรวบรวมสถิติข้อมูลท้องถิ่นปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและเป็นปัจจุบันเสมอ
2)
จัดทำข้อมูลรายละเอียดที่จำเป็นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนป้องกันปราบปรามระงับเหตุ เช่น สถานที่สำคัญ สถิติการเกิดอาชญากรรม ช่วงเวลาเกิดเหตุ สาเหตุที่เกิดความถี่ ตลอดจนการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ใช้แผนที่ให้เป็นประโยชน์ในการวางแผนป้องกันปราบปรามและควบคุมอาชญากรรม
3)
ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเป็นหัวหน้าหรือพี่เลี้ยงตำรวจชุมชน รวบรวมและตรวจความถูกต้องของข้อมูลท้องถิ่น และเหตุเบื้องต้นของความผิดอาญาส่งให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีหน้าที่ควบคุมรับผิดชอบตรวจและสรุป เสนอหัวหน้างานป้องกันปราบปรามเพื่อทราบและดำเนินการต่อไป
3.3
การป้องกัน
1)
ให้ออกตรวจพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนที่รับผิดชอบตามแผนสายตรวจ
2)
ให้ตำรวจชุมชนที่ออกปฎิบัติหน้าที่บันทึกผลการตรวจไว้ในสมุดตรวจของตำรวจชุมชนโดยให้จัดทำสมุดบันทึกการตรวจที่บ้านกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
3)
สังเกตบุคคล สถานที่ เหตุการณ์และอื่นๆ เพื่อป้องกันและทำการตรวจสอบ ตรวจค้น เมื่อจำเป็นและเห็นสมควรหรือตามที่ได้รับมอบหมายสั่งการจากหัวหน้าสถานีตำรวจหรือผู้แทน
4)
ให้บริการประชาชนหรือสาธารณะชนตามที่เห็นสมควร เช่น การให้ข้อมูลต่าง ๆ แก่ประชาชนผู้สัญจรไปมา และช่วยเหลือประชาชนเมื่อประสบภัยต่างๆ
5)
ออกเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ อาทิเช่น ผู้เสียหายในคดีต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนหรือชุมชนในพื้นที่ด้วยการสอบถามและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับงานในหน้าที่ตำรวจและอื่นๆ เท่าที่จะสามารถทำได้ และรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
6)
แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลจากสถานีตำรวจหรือสายตรวจที่เกี่ยวข้อง
3.4
การระงับหรือปราบปราม
1)
เมื่อมีเหตุที่ต้องระงับหรือปราบปราม ให้รายงานหรือขอความร่วมมือช่วยเหลือจากสถานีตำรวจหลัก สายตรวจที่ใกล้เคียง หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านพื้นที่นั้นๆ
2)
ในกรณีที่จำเป็นต้องรักษาสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บรักษาร่องรอยพยานหลักฐานก็ให้ทำการรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้จนกว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาดำเนินการต่อไป รวมตลอดทั้งให้การช่วยเหลือพนักงานสอบสวนในที่เกิดเหตุ
3)
ศึกษาแผนระงับหรือปราบปรามที่กำหนดไว้และปฏิบัติตามแผนเมื่อเกิดเหตุหรือเมื่อได้รับคำสั่ง เช่น แผนสกัดจับคนร้าย เป็นต้น
4)
สังเกตบุคคล สถานที่เหตุการณ์และอื่นๆ ที่ได้รับคำสั่งเมื่อทราบข่าว เช่น เมื่อได้ข่างทางวิทยุติดต่อว่ามีการกระทำความผิดในพื้นที่หรือพื้นที่ข้างเคียงและคนร้ายหลบหนี แม้มิได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติการใด โดยเฉพาะต้องให้ความสนใจสังเกตบุคคล ยานพาหนะ เพื่อปราบปรามในกรณีนั้นๆ
5)
สร้างความสัมพันธ์กับประชาชนและหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการป้องกันปราบปราม
4.
ประสานการปฏิบัติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
4.1
เข้าร่วมประชุมหารือกับสภาบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
4.2
ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบสภาพปัญหาข้อเสนอแนะ และแนวนโยบายในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในชุมชน
4.3
ประสานและปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ในการประกอบกำลัง เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ ตามแผนหรือนโยบายในการรักษาความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน ชุมชน
สิทธิประโยชน์และการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฎิบัติงานของตำรวจชุมชน


สิทธิประโยชน์และการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฎิบัติงานของตำรวจชุมชน
1)
ได้รับค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ตามคณะกรรมการอำนวยการจัดตั้งตำรวจชุมชนสถานีตำรวจกำหนด
2)
การแต่งกายตามที่คณะกรรมการอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์กำหนด
3)
เมื่อประสบภัยอันเกิดจากการช่วยเหลือราชการ เป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ตามพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เนื่องจากช่วยราชการ การปฎิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2497
4.)
ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลในระดับอันเป็นที่น่าพอใจของทางราชการหรือของสังคมชุมชน ถือว่าเป็นผู้ที่มีความชอบ จะได้รับบำเหน็จความชอบ ซึ่งอาจเป็นคำชมเชย เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือรางวัล ตามควรแก่กรณี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น