เพลงฉ่อยชาววัง

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

10 เมษายน.. รำลึก....”วีรชน คนเสื้อแดง”..


รำลึกครบรอบสี่ปี " ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓" วันประชาชนที่มาชุมนุมถูก "ไอ้ เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง " ที่ถนนราชดำเนิน....ขอให้ผู้บงการจงได้รับแรงกรรมตามสนองจากการกระทำครั้งนี้เทอญ.....
10 เมษายน.. รำลึก....”วีรชน คนเสื้อแดง”..แด่....พี่น้องวีรชนเพื่อนร่วมชาติผู้กล้าทุกท่านที่พลีชีพ เพื่อประชาธิปไตย......โดยถูกยิงอย่างป่าเถื่อนจากทหารของ"ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง" ทั้งๆที่พี่น้องวีรชนไม่มีอาวุธมีแต่มือเปล่า ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตอะไรเช่นนี้ไอ้ซาตานผีดิบ"เหี้ยหง่อยสี่ขาให้หมาจูง"

10  เมษายน 2553       ....ทหารเหี้ยฆ่าประชาชน.....
ทหารเหี้ยฆ่าประชาชน....ทหารเหี้ยฆ่าประชาชน.....


                        

รำลึก....”วีรชน คนเสื้อแดง”

สิบเมษา เวียนมา อีกคราหนึ่ง
รำลึกถึง วีรชน เหล่าคนกล้า
เพื่อนเสื้อแดง ผู้พลีร่าง กลางพารา
อำมาตยา ผู้ใด สั่งให้ยิง

ทุ่งสังหาร ผ่านฟ้า มหานคร
เมืองอมร แห่งเทพไท้ ผู้ใหญ่ยิ่ง
ใยเกิดเหตุ ทุเรศ สังเวชจริง
กระทำสิ่ง งามหน้า ทั่วสากล

ประเทศไทย เมืองพุทธ สุดประเสริฐ
ไฉนเกิด การยิงฆ่า น่าฉงน
ทั้งผู้สั่ง ผู้ใช้ มิใช่คน
จิตวิกล ใจพิการ มารแปลงกาย

กรรมใครก่อ ขอแช่งชัก หักกระดูก
ขอให้ลูก เหลนหลาน มันฉิบหาย
ประสบทุกข์ ผิดหวัง ทั้งใจกาย
ที่สุดท้าย ให้พ่ายแพ้ แก่กรรมเวร.

พิณ ลำโขง 8 เม.ย.56


..............................


๑๐  เมษายน ๒๕๕๓ วัน "ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า อีห่าสั่งยิง "

โดย  Flowervoice

เก็บดอกไม้ ในสวน ล้วนสีแดง
ประดับแต่ง ด้วยรัก ถักทอหวัง
มีศรัทธา จากใจ ให้พลัง
สักการะ อย่างจริงจัง สู่วีรชน
สิบเมษา ทุกปี ไม่มีลืม
อำมาตย์ดื่่ม เลือดคน บนถนน
ผ่านลูกปืน อัญเชิญมา หาปวงชน
แถมห่าฝน หล่นผ่านฟ้า แกสน้ำตา
ประวัติศาสตร์ จารึก บันทึกไว้
ว่าคนไทย ถูกฆ่า สิบเมษา
กรรมสนอง ส่องสมุน อำมาตยา
ช่วยชีวิต ชาวประชา คราครั้งนี้
ตายแล้วเป็น วีรชน คนมือเปล่า
นายอับเฉา ก็ตาย กลายเป็นผี
ตายสองแบบ สองอย่าง ช่างพอดี
ชีวิตพลี เพื่อราษฏร์ หรือชาติมาร
คารวะ วีรชน คนเสื้อแดง
ขอสาปแช่ง วีรสัตว์ จัดหลักฐาน
ดำฆ่าแดง แต่งนิยาย ขายตำนาน
สมกับเป็น สันดาน อำมาตยา  





นับ จากวันที่ 13 มีนาคม 2553
วันแรกที่ม็อบเสื้อแดงปักหลักตั้งเวทีที่สะพานผ่านฟ้าฯ ถ.ราชดำเนิน
ก่อนขยายไปยังเวทีใหญ่สี่แยกราชประสงค์
สมรภูมิแรกที่เกิดเหตุคือถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553
เหตุการณ์ในคืนวันนั้น มีประชาชนและทหารเสียชีวิต
รวมกันถึง 27 ราย บาดเจ็บราว 1,700 คน
จากวันนั้นก็เกิดเหตุ ′ฆ่าหมู่′ หรือ ′ลอบฆ่า′ ทั้งประชาชน
และม็อบตายเป็นใบไม้ร่วง โดยฆ่าต่อเนื่องถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
ซึ่งเป็นวันที่แกนนำเสื้อเแดงประกาศสลายการชุมนุม
เป็นความสูญเสียมากกว่าการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมาทุกครั้ง
เป็นความสูญเสียมากกว่าฝีมือของรัฐบาลจอมพลหรือพลเอกเสียอีก!??

ลำดับเหตุการณ์เลือด
วันที่ 8 เมษายน 2553
นายสุเทพ มีคำสั่งให้สถานีดาวเทียมไทยคมระงับการแพร่ภาพ
ของสถานีโทรทัศน์พีเพิ่ล ทีวี หรือพีทีวี ซึ่งเป็นสถานีของคนเสื้อแดง
ถ่ายทอดสดการชุมนุม พร้อมส่งทหารเข้าไปควบคุม
ทำให้วันที่ 9 เมษายน ม็อบเดินทางไปยังสถานีไทยคม ที่อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อให้เปิดสัญญาณถ่ายทอดอีกครั้ง
กระทั่งปะทะกับทหารแต่ไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้น
แต่ จากจุดนี้เองทำให้นายอภิสิทธิ์ แสดงความไม่พอใจว่าม็อบท้าทายกฎหมาย และวันที่ 10 เมษายน คำสั่งสลายม็อบราชดำเนิน ที่ออกมาในวลีเท่ๆ ว่า ′ขอคืนพื้นที่′ ก็ออกมาจากศอฉ.
โดย ช่วงสายวันที่ 10 เมษายน
แกนนำเสื้อแดงทราบการข่าวว่ารัฐบาลสั่งสลายม็อบที่ราชดำเนิน
จึงระดมม็อบที่ราชประสงค์เดินทางไปสมทบ
เพื่อช่วยเหลือกรณีที่เกิดเหตุรุนแรง ขึ้น
แกนนำรวมตัวกันที่พระบรมรูปทรงม้า
ก่อนเคลื่อนไปยังหน้ากองทัพภาคที่ 1
หลังพบว่ามีหน่วยกำลังเตรียมพร้อมอยู่ภายใน และคาดว่าเป็นทีมสลายม็อบ
13.00 น. เกิดเผชิญหน้ากันครั้งแรกเมื่อม็อบพร้อมรถบรรทุก
ไปปิดด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ป้องกันทหารเคลื่อนกำลังออกมา
แม้จะสามารถสกัดกั้นไว้ได้ แต่เป็นเวลาสั้นๆ เท่านั้น


ทหารเคลื่อนพลล้อมกรอบ
ราว ครึ่งชั่วโมงต่อมาทหาร 3 หน่วยปฏิบัติการล้อมกรอบผู้ชุมนุม เริ่มจากทหารในกองทัพภาคที่ 1 เคลื่อนกำลังออกมาทางถ.ศรีอยุธยา ซึ่งจุดนี้มีม็อบอยู่ราว 500 คน

แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และน้ำ ระดมฉีดเข้าใส่ ขณะที่ทหารตั้งแต่ผลักดันม็อบจนถอยร่น จนทหารเข้ายึดพื้นที่บริเวณพระบรมรูปทรงม้าได้สำเร็จ จากนั้นก็ผลักดันผู้ชุมนุมออกไปอีก
ขณะเดียวกันมีกำลังทหารจาก ถ.พิษณุโลก และแยกวังแดง เดินหน้าบีบผู้ชุมนุมที่กระจัดกระจายอยู่ให้มารวมกันที่เวทีสะพานผ่านฟ้าฯ และแยกคอกวัว โดยรอบๆ ทั้งถนนดินสอ และถนนตะนาว มีทหารเข้ายึดครองได้หมด
ตามแผนคือให้ผู้ชุมนุมมารวมที่สะพานผ่านฟ้าฯ ก่อนผลักดันให้ออกไปทางถนนหลานหลวง โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินโปรยแก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม
ทหาร และผู้ชุมนุมปะทะกันเป็นระยะๆ จนถึงตอนเย็น เจ้าหน้าที่เริ่มใช้อาวุธจริงยิงขู่ขึ้นฟ้า จนเมื่อการปะทะหนักหน่วงขึ้นบวกกับม็อบจากราชประสงค์เดินทางมาสมทบ
แสง แดดเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ อากาศขมุกขมัวลง ทั้งนักวิชาการหรือผู้เกี่ยวข้องออกมาเตือนรัฐบาลผ่านทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ให้ยุติการสลายม็อบไว้ก่อน เนื่องจากบรรยากาศเริ่มมืดลงเรื่อยๆ การสลายม็อบในเวลานี้ สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสีย
" แต่อภิสิทธิ์ก็ จั๊ดง่า .... ว !!!!!!!!! "
ศอฉ.โฆษกออกแถลงการณ์ยืนยันว่า
ต้องเดินหน้าลุยปราบต่อไปไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนก็ตาม
แล้วสถานการณ์ก็เป็นดังที่ทุกฝ่ายเตือน ในช่วงค่ำเกิดความอลหม่าน เสียงปืนระเบิดดังระงม
ศพแรกๆ ที่เกิดความสูญเสียคือ นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ ชาวญี่ปุ่น ถูกยิงตายบริเวณจุดปะทะถนนดินสอ
จาก พยานหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าตายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
เนื่องจากช่วงเกิดเหตุนายมูราโมโตะ ที่ตอนแรกอยู่ในแนวทหาร
ถือกล้องเดินข้ามฝั่งมาถ่ายภาพบริเวณม็อบ
จนเมื่อหันกล้องกลับไปแนวเจ้าหน้าที่ก็ถูกกระสุนความเร็วสูงยิงเจาะเข้าร่าง
ผู้ชุมนุมช่วยกันอุ้มนายมูราโมโตะ
ออกจากจุดปะทะส่งโรงพยาบาล แต่ก็ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้

การ ปะทะระหว่างทหารกับม็อบมีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง
และบาดเจ็บหลักร้อยคน โดยทหารไม่สามารถผลักดันม็อบ
ออกจากพื้นที่ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

หลังศอฉ.มีคำสั่งให้ทหารเดินหน้าลุยปราบม็อบโดยไม่สนใจคำเตือน
สถานการณ์ยิ่งรุนแรงมากขึ้นและชุลมุนขึ้นเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
ตัวเลขความสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ม็อบก็เสริมกำลังเข้ามาเรื่อยๆ เช่นกัน
มีรายงานว่าในศอฉ.เองก็เคร่งเครียด
เพราะตัวเลขที่ได้รับรายงานมีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
แกนนำม็อบประกาศไล่ผู้นำมือเปื้อนเลือดออกนอกประเทศ
การ ปะทะเกิดขึ้นหลายจุดทั้งแยกคอกวัว ถนนดินสอ แยกจปร.
จนราว 2 ทุ่ม นายอภิสิทธิ์มีคำสั่งให้ถอนกำลัง
หลังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
เพราะยิ่งฆ่า ม็อบก็ยิ่งเข้ามาเสริมเยอะขึ้นเรื่อยๆ
มี รายงานว่าถึงตอนนี้ในศอฉ.เต็มไปด้วยความตึงเครียด
เพราะประชาชนสูญเสียมากเกินไป และในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนสามารถอยู่ได้หากมือเปื้อนเลือดประชาชนแต่ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารก็สูญเสียด้วย
จากกรณีเกิดเหตุปะทะกันที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ และมีเอ็ม 79 ยิงถล่มเข้าไปภายในโรงเรียน ตกใส่เต็นท์บัญชาการของทหาร

พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสธ.พล.ร.2 รอ. แม่ทัพใหญ่ในปฏิบัติการนี้เสียชีวิต และมีทหารบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง!!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น